Posts Tagged ‘ออสเตรเลีย’

เล่าเรื่องการสอนซัมเมอร์ที่นครซิดนี่ย์..ประเทศออสเตรเลีย

Sydney Opera House

ถือโอกาสเปลี่ยนธีมใหม่ออกสไตล์เมืองนอกๆ เพื่อต้อนรับซัมเมอร์ที่กำลังร้อนระอุอยู่ในขณะนี้ และเพื่อให้เข้าบรรยากาศ ก็จะขอเล่าเรื่องราวครั้งหนึ่งในชีวิตที่กระผม (เว็บมาสเตอร์) ได้มีโอกาสไปใช้ชีวิตที่นครซิดนี่ย์ ประเทศออสเตรเลีย ในฐานะครูอาสาสมัครภาคฤดูร้อน โรงเรียนภาษาไทยวัดพุทธรังษี โดยความร่วมมือของคณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน สมาคมไทย-ออสเตรเลีย เมื่อ ปี 2550-2551 ที่ผ่านมา…  หลังจากได้รับคัดเลือกจากคณะครุศาสตร์ จุฬาฯ และสพฐ. กระผมพร้อมเพื่อนครูอีก 6 คน ต่างสังกัด (เกือบทั้งหมดเป็นครูในกรุงเทพฯ มีภูธร แต่กระผมคนเดียว หุหุ)

โฉมหน้าครูซัมเมอร์ ซิดนี่ย์ ออสเตรเลีย ปี 2550-2551

โฉมหน้าครูซัมเมอร์ ซิดนี่ย์ ออสเตรเลีย ปี 2550-2551 ตามลำดับ ครูนนท์ ครูน้ำพุ ครส้ม ครูจิ๊บ ครูนาย และครูต๊อด

ก็พากันบินลัดฟ้าโดยสายการบินไทย ออกจากสนามบินสุวรรณภูมิ ใช้เวลา 8 ชั่วโมง ก็ถึงสนามบินนครซิดนี่ย์ มีผู้ปกครองมารับ 3 ท่าน คือคุณพี่ใจ คุณพี่ยัง และ Mr.Bill จากนั้นก็นำเราไปยังที่พักซึ่งก็คือบ้านของคุณพี่ยังและMr.Bill นี่เอง ซึ่ง

ถ่ายหน้าบ้าน Mr.Bill และคุณยัง

ถ่ายหน้าบ้าน Mr.Bill-คุณยัง ลูกชายลูกสาว Michle & Noni

ท่านได้ให้ความกรุณาต่อคณะคุณครูมากเลยครับ และที่นี่ก็เป็นจุดเริ่มต้นความมหัศจรรย์แห่งชีวิตของทุกๆ คนเลยทีเดียว….  ก่อนหน้านี้เมื่อปี 2543 กระผมเคยได้รับโอกาสไปเป็นครูซัมเมอร์สอนที่ นิวยอร์ก ประเทศสหรัฐอเมริกามาแล้วครั้งหนึ่ง  และในครั้งนี้พี่สาวที่แสนดี อ.อัญชลี  อภัยปรปักษ์ หรือ อ.จิ๊บ จาก ม.เทคโนโลยีราชมงคลกรุงเทพ ซึ่งเคยปฏิบัติหน้าที่ร่วมกันที่ นิวยอร์ก ได้กลับมาร่วมงานกันอีกครั้ง :)

ความเป็นมาของการสอนซัมเมอร์ที่ซิดนี่ย์ เกิดจากชุมชนคนไทยที่ไปตั้งรกรากอยู่ประเทศออสเตรเลีย อยากให้ลูกหลานของตนที่เกิดที่นั่นได้เรียนรู้ภาษาไทย วัฒนธรรมไทย จึงมาขอความร่วมมือจากคณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ซึ่งขณะนั้นส่งครูไปสอนที่ประเทศสหรัฐอเมริกาอยู่ก่อนแล้ว ผู้ประสานงานตั้งแต่้ต้นจนถึงปัจจุบันในทางฝั่งออสเตรเลีย ที่ อ.ดร.ทรงศรี  ฟอแรน ซึ่งอดีตท่านเป็นอาจารย์สอนที่จุฬาฯ  ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา อ.ดร.ทรงศรี  ฟอแรน ก็คลุกคลีอยู่กับโรงเรียน

อ.ดร.ทรงศรี  ฟอแรน ผู้ร่วมก่อตั้งโรงเรียนภาษาไทย ที่ซิดนีย์

อ.ดร.ทรงศรี ฟอแรน ผู้ร่วมก่อตั้งโรงเรียนภาษาไทย ที่ซิดนีย์

ภาษาไทยวัดพุทธรังษี ซิดนีย์มาโดยตลอด  เหตุที่ใช้ชื่อวัด ก็เนื่องมาจากในตอนแรกใช้สถานที่วัดเป็นโรงเรียน แต่ปัจจุบันทางกรรมการโรงเรียนได้ไปเช่าโรงเรียนในท้่องถิ่น เป็นสถานที่เรียน เนื่องจากในช่วงนั้นโรงเรียนต่างๆ ในประเทศออสเตรเลียอยู่ในระหว่างปิดซัมเมอร์นั่นเอง  ซึ่งนั่นก็แสดงว่า ระหว่างที่นักเรียนอื่นๆ เขาปิดภาคเรียนกัน แต่เด็กไทยในซิดนีย์ต้องมาเรียนซัมเมอร์กับครูที่บินจากเมืองไทย เพื่อไปสอนนั่นเอง

เด็กนักเรียนลูกหลานไทยที่มาเรียนก็มีมากพอสมควร เฉลี่ยปีละ 60-70 คน  กิจกรรมการเรียนการสอนก็เน้นเรื่องบูรณาการเป็นหลัก แต่ทุกคนต้องได้เรียน

นักเรียนโรงเรียนภาษาไทยวัดพุทธรังษี

นักเรียนโรงเรียนภาษาไทยวัดพุทธรังษี

“ภาษาไทย” มีนักเรียนเข้าใหม่อยู่เรื่อยๆ จึงไม่แปลกที่บางครั้งจะมีพี่ตัวโตๆ นั่งเรียนกับน้องตัวเล็กๆ  กิจกรรมประจำวันก็เริ่มจากเข้าแถวเคารพธงชาติ ซึ่งจะต้องใช้ธง 2 ประเทศเลย แต่ใช้เสาธงเสาเดียว มีการสวดมนต์ไหว้พระ กิจกรรมนั่งสมาธิก่อนเข้าห้องเรียน ซึ่งห้องเรียนก็จะแบ่งกันตามระดับชั้น ผมได้สอนประจำชั้น ป.5-6 เหมือนสอนที่ทองหลางเลย หุหุ  ส่วนภาคบ่ายก็จะลงกิจกรรมตามความสนใจ  ไม่ว่าจะเป็นศิลปะ ดนตรี กีฬา นาฏศิลป์ นอกจากกิจกรรมการเรียนการสอนประจำวันแล้ว ทางโรงเรียนยังมี

ก่อนอื่นก็ต้องไหว้ครูก่อนครับ

ก่อนอื่นก็ต้องไหว้ครูก่อนครับ

กิจกรรมสำคัญอีก 7 กิจกรรมตลอดซัมเมอร์นั้น เช่น กิจกรรมปฐมนิเทศ กิจกรรมวันขึ้นปีใหม่ (จัดร่วมกับผู้ปกครองและวัด) กิจกรรมไหว้ครู กิจกรรมรำลึกผู้มีพระคุณ กิจกรรมแข่งกีฬาสี กิจกรรมเข้าค่ายพักแรม กิจกรรมมอบสัมฤทธิบัตร เป็นต้น  ซึ่งแน่นอนครูทุกคนจะมีงานทำอยู่ตลอดเวลา  ส่วนตัวผมเองเป็นฝ่ายเทคนิคคอมพิวเตอร์ และสอนดนตรีพื้นเมือง งานเอกสารจะได้ทำตลอดเวลา  และงานชิ้นสำคัญคือ งานทำหนังสือรุ่น (Year Book) ผมก็ทำหน้าที่ออกแบบปกหนังสือ แล้วส่งมาพิมพ์ที่เมืองไทย แล้วหอบกลับไปเข้าเล่มที่ซิดนี่ย์ และทันมอบในงานมอบสัมฤทธิบัตร

ส่วนกระผมได้แอบทำงานพิเศษอีกชิ้นคือการทำวีดิทัศน์(VCD) ประวัิติและกิจกรรมการเรียนการสอนซัมเมอร์ เพื่อเปิดฉายในวันมอบสัมฤทธิบัตร ซึ่งปรากฏว่าเป็นผลงานชิ้นโบว์แดงเลยล่ะครับ ผู้คนในงาน รวมทั้งการบินไทย ททท. และกงสุลใหญ่นครซิดนี่ย์ต่างชื่นชมเป็นอย่างมาก  และได้เป็นมาตรฐานว่า ทุกๆ ซัมเมอร์จะต้องมีการฉายภาำพกิจกรรมทุกปี (เอาล่ะสิ หาเรื่องยุ่งให้ครูรุ่นอื่นๆ อีกแล้วเรา :)  ..)

ผลงานผลิตวีดิทัศน์ที่สร้างชื่อให้กระผม

ผลงานผลิตวีดิทัศน์ที่สร้างชื่อให้กระผม

ฟังดูเหมือนทุกอย่างจะราบรื่นดี แต่ทุกที่ล่ะครับ การทำงานย่อมมีปัญหาด้วยกันทั้งนั้น อันดับแรกก็เรื่องเด็กนี่แหละ

ลูกหลานไทยเกิดที่ออสเตรเลีย

ลูกหลานไทยเกิดที่ออสเตรเลีย

ตัวอย่างความซน ..นี่ขนาดเด็กผู้หญิงนะนี่ หุหุ

ตัวอย่างความซน ..นี่ขนาดเด็กผู้หญิงนะนี่ หุหุ

ไม่ใช่ว่าเขาขี้เกียจหรอก แต่เด็กๆ เขาจะค่อนข้างซน ถึงซนมากกกกกก… ใส่ก.ไ่ก่เยอะเพื่อเป็น effect คงไม่ผิดหลักภาษาไทยนะครับ :)   ท่านเห็นเด็กที่เมืองไทยว่าซนแล้ว ไปถึงนั่นน่าจะเอา 10 คูณ ซึ่งสร้างความปวดหัวให้กับครูจากเมืองไทยทุกๆ วัน  แต่เด็กที่นี่ก็แปลกอีกอย่าง ถึงเขาจะซุกซนอย่างไร เมื่อเวลาปฏิบัิติกิจกรรมล่ะก็ ถึงไหนถึงกันเลย ทุกคนกล้าแสดงออก ถ้าถามว่าใครอยากแสดง เขาจะแย่งกันยกมือว่าอยากแสดง  เวลาให้นั่งสมาธิเขาก็ปฎิบัติได้อย่างเยี่ยมยอด  …กว่าจะปรับเข้ากันได้ระหว่างครูกับนักเรียน ก็ใช้เวลาเป็นอาทิตย์

ถึงจะซนแค่ไหน แต่ถ้าให้ทำกิจกรรมสิ ทำให้คุณครูอึ้งเลยทีเดียว

ถึงจะซนแค่ไหน แต่ถ้าให้ทำกิจกรรมสิ ทำให้คุณครูอึ้งเลยทีเดียว

อีกส่วนที่ไม่พูดถึงไม่ได้เลยก็คือผู้ปกครองครับ ผู้ปกครองที่ซิดนีย์ใจดีมากกกกกกก (ก.ไก่ยาวอีกครั้ง) ทุกวันท่านจะผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนทำอาหารกลางมาให้ครูได้รับประทานกัน ฝีมือสุดยอดมาก อาจจะอันเนื่องมาจากหลายๆ

ผู้ปกครองใจดี ทำอาหารมาเลี้ยงทุกวัน

ผู้ปกครองใจดี ทำอาหารมาเลี้ยงทุกวัน

ท่านมาอยู่้ซิดนีย์ก็เพืื่อมาทำร้านอาหารไทย เขาว่าที่ซิดนี่ย์มีร้านอาหารไทยกว่า 400 ร้าน  อาหารไทยจะกลายเป็นอาหารประจำชาติของชาวออสซี่เข้าไปแล้ว  นอกจากจะทำอาหารมาให้ทานทุกวันแล้ว ตกตอนเย็นหลังเลิกเรียน และวันหยุด (วันอาทิตย์ ) ท่านผู้ปกครองใจดีทั้งหลาย ก็จะผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนพาครูไปเที่ยวทั้งทางธรรมชาติ และแหล่งชอปปิ้งสุดฮอตของเมือง  ดังนั้นครูเราจึงมีภารกิจเพิ่มอีกคือการไปทัศนศึกษาแบบส่วนตัวส่วนตัวนั่นเองครับ

ผู้ปกครองใจดี ตามมาเลี้ยงถึงบ้านแน่ะ

ผู้ปกครองใจดี ตามมาเลี้ยงถึงบ้านแน่ะ

นอกจากเราจะอยู่กับเด็ก กับผู้ปกครอง เป็นส่วนใหญ่แล้ว  ทาง อ.ดร.ทรงศรี ก็จะพาเราไปคารวะผู้หลักผู้ใหญ่ด้วย ไม่่ว่าจะเป็นท่านกงสุลใหญ่ ประจำนครซิดนี่ย์ ฯพณฯ นายเกียรติคุณ  ชาติประเสริฐ ซี่งสถานกงสุลอยู่ริมแม่น้ำ วิวสวยมากเลยครับ นายกไทยหลายท่านเคยไปพักมาแล้ว  ไปเราไม่ได้ไปเปล่าทางสถานกงสุลจัดเตรียมอาหารไว้

เยี่ยมคารวะ กุลสุลใหญ่นครซิดนีย์ นายเกียรติคุณ ชาติประเสริฐ (เสื้อขาว)

เยี่ยมคารวะ กุลสุลใหญ่นครซิดนีย์ นายเกียรติคุณ ชาติประเสริฐ (เสื้อขาว)

ตอนรับเป็นอย่างดี อาหารระดับรับแขกบ้านแขกเมืองเชียวล่ะครับ และไปไกลถึงกรุงแคนเบอร่า เมืองหลวงออสเตรเลีย (บางท่านอาจจะเข้าใจว่า ซิดนี่ย์คือเมืองหลวงออสเตรเลีย แต่ไม่ใช่ครับ เมืองหลวงคือ “กรุงแคนเบอร่า″ ครับ ได้เยี่ยมคารวะ ฯพณฯ นายบัณฑิต โสตถิพลาฤทธิ์ เอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงแคนเบอร์รา  ซึ่งท่านได้ให้การต้อนรับเป็นอย่างดี  ในการนี้เราก็ถือโอกาสเที่ยวสถานที่สำคัญของเมืองหลวงไปในตัว  เช่น อาคารรัฐสภา พิพิธภัณฑ์ทหาร เป็นต้น

เยี่ยมคารวะ นายบัณฑิต โสตถิตย์พลาฤทธิ์ เอกอัครราชทูตไทย-ออสเตรเลีย ณ กรุงแคนเบอร่า เมืองหลวง

เยี่ยมคารวะ นายบัณฑิต โสตถิพลาฤทธิ์ เอกอัครราชทูตไทย-ออสเตรเลีย ณ กรุงแคนเบอร่า เมืองหลวง

จะขอเล่าเกี่ยวกับชีวิตของเด็กไทยที่อยู่ออสเตรเลีย ซึ่งส่วนใหญ่พ่อแม่ก็มีฐานะค่อนข้างดี มีการศึกษาสูง ไปอยู่ที่นั่นเนื่องจากประกอบธุรกิจส่วนตัว เช่น ร้านอาหาร โดยเฉพาะร้านอาหารไทยจะเป็นที่นิยมเป็นอย่างมาก จากที่ได้สอบถามผู้ปกครอง และนักเรียนถึงเรื่องการเรียนสอนของประเทศออสเตรเลีย เขาก็บอกว่าส่วนใหญ่ก็เรียนในภาค

ลูกหลานไทยในซิดนีย์

ลูกหลานไทยในซิดนีย์

เช้า ภาคบ่ายเป็นกิจกรรม ประมาณบ่าย 2 นักเรียนก็เริ่มกลับบ้านกันแล้ว และไม่ค่อยมีการบ้าน ซึ่งคล้ายๆ ที่อเมริกา ซึ่งเมื่อถึงวันหยุด ครูเขาจะไม่ให้การบ้าน แถมอวยพรว่า Happy Holiday! แต่ทำไมเด็กๆ เขาถึงได้พัฒนา ประเทศชาติเขาถึงได้เจริญ เรากลัวไม่ทันเขาก็เลยพากันอัดการบ้านให้นักเรียนใหญ่เลย แถมหนังสือเป็นกระตั๊ก! (อันที่จริงผมก็ไม่อยากเปรียบเทียบประเทศไทยกับฝรั่งเลย)  อันนี้น่าคิด ผมไปเห็นไปดูและสัมผัสมาแล้ว ปัจจัยต่างๆ ก็ไม่

บรรยากาศการเรียนที่ซิดนี่ย์ ใครไม่ค่อยตั้งใจเรียนก็สังเกตได้ เหมือนที่เมืองไทยรึเปล่าเนี่ย ^..^

บรรยากาศการเรียนที่ซิดนี่ย์ ใครไม่ค่อยตั้งใจเรียนก็สังเกตได้ เหมือนที่เมืองไทยรึเปล่าเนี่ย ^..^

แตกต่างจากประเทศไทยเลย แถมใช้ชอล์กตราช้างของไทยเสียด้วย 555+  คอมพิวเตอร์ก็วินโดวน์เหมือนกันล่ะครับ  กระดานดำไม้อัดเหมือนๆ กัน ต่างกันที่พื้นห้องเรียนเขา เป็นพรมทุกห้อง ซึ่งก็คงจะไม่เกี่ยวกับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนแน่ๆ   แต่ผู้ปกครองคนไทยบางคนก็บ่นเหมือนกันนะว่า วันๆ เห็นลูกทำแต่กิจกรรม ไม่รู้เขาเรียนตอนไหน สงสัยจะติดนิสัยแบบไทยๆ ที่ต้องเห็นการบ้านลูก ถ้าไม่เห็นแสดงว่าครูขี้เกียจ! :)  แต่พอไปถามตัวเด็กเองกลับมีความคิดเห็นที่แตกต่าง เขาบอกว่าเขาสนุกและได้ความรู้มากมายเลย  ก็เลยไม่รู้ว่าที่เราเอาของนอกมาใช้เนี่ย เอามาผิดขนานหรือเปล่า ทั้งเด็กทั้งครูถึงได้มึนตึ๊บไปทั้งประเทศอย่างนี้ แค่เรื่องการสอบวัดผลระดับชาติก็ปั่นป่วนกันพอสมควร 1 ปีสอบครั้่งเดียว ทุกคนทุกชั้นไม่ได้หรืออย่างไรครับ ใครจะเอาผลไปใช้ เอาของชั้นไหนวิชาใดก็มาเอาไปเลย แบบนี้น่าจะประหยัดทั้งทุนและเวลานะ ..

วันหยุดผู้ปกครองมักจะพาลูกหลานไปเที่ยว ...เด็กๆ ก็สนุกเพราะการบ้านมีไม่มาก

วันหยุดผู้ปกครองมักจะพาลูกหลานไปเที่ยว ...เด็กๆ ก็สนุกเพราะการบ้านมีไม่มาก

ถ่ายริมอ่าวซิดนี่ย์ มองเห็น Sydney Opera House ในเบื้องหลัง

ถ่ายริมอ่าวซิดนี่ย์ มองเห็น Sydney Opera House

กลับมาเรื่องที่ซิดนีย์อีกที เมื่อกิจกรรมการสอนซัมเมอร์สิ้นสุดลง ก็จะเป็นการมอบสัมฤทธิบัตรให้แก่นักเรียน ซึ่งปีนั้นทางโรงเรียนได้ไปเช่า Paddington Hall ซึ่งเป็นเหมือนคลับขนาดใหญ่ไว้จัดงาน เชิญแขกผู้มีเกียรติในนครซิดนีย์มาร่วมหลายคน หน่วยงานที่สำคัญเช่น ททท. การบินไทย เจ้าหน้าที่สถานกงสุล ต่างมาเป็นเกียรติในงานหลายคน บรรยากาศเต็มไปด้วยความสนุกสนาน มีการแสดงของนักเรียน และเซอร์ไพร้สุดๆ คือการแสดงของครูและผู้ปกครองนักเรียน เรียกเสียงฮาล้น ฮอลล์  และในงานนี้กระผมก็ได้มีโอกาสฉายวีดีทัศน์ ประวัติและผลงานโรงเรียนภาษาไทยวัดพุทธรังษี ซึ่งเป็นครั้งแรกในรอบ 16 ปี ของโรงเรียนนับแต่ตั้งโรงเรียนมา ด้วยระบบเสียงที่กระหึ่ม ภาพถ่ายสวยๆ ประกอบคำบรรยายไพเราะๆ ของอ.อัญชลี ทำให้ผู้ชมนั่งชมด้วยความตื่นเต้น และเรียกเสียงปรบมืออย่างกึกก้องสนั่นฮอลล์

พิธีมอบสัมฤทธิบัตรแก่นักเรียนที่เรียนจบภาคฤดูร้อน ปี 2550-2551

พิธีมอบสัมฤทธิบัตรแก่นักเรียนที่เรียนจบภาคฤดูร้อน ปี 2550-2551

ถึงเวลาเที่ยวอย่างจริงๆ จังๆ เสียที :)

เมื่อภารกิจเสร็จสิ้นก็ถึงเวลาท่องเที่ยวแล้วครับ  มีเวลาเที่ยวอย่างเดียว 10 กว่าวันก่อนกลับเมืองไทย (อันที่จริงระหว่างปฏิบัิติภารกิจเราก็เที่ยวกันอยู่บ่อยๆ หุหุ)

ที่ woolongkong เชื่อไหมว่ามีทะเลที่สวยงามล้อมประเทศนี้ทั้งประเทศ!

ที่ woolongkong เชื่อไหมว่ามีทะเลที่สวยงามล้อมประเทศนี้ทั้งประเทศ!

ภาพที่ใช้เป็น Logo ประจำตัวของผม ...คิดว่าหล่อสุดแล้วล่ะ ...หรือไม่ก็เอาไปหล่อใหม่ อิอิ

ภาพที่ใช้เป็น Logo ประจำตัวของผม ...คิดว่าหล่อสุดแล้วล่ะ ...หรือไม่ก็เอาไปหล่อใหม่ อิอิ ^^

ภาพนี้ด้านหลังเห็นไกลๆ ก็คือ นครซิดนีย์ รัฐนิวเซาท์เวลส์ ประเทศออสเตรเลีย  มีขนาดเล็กกว่ากทม.เรามาก ขึ้นชื่อว่าเป็นเมืองท่องเที่ยว และมีความสำคัญทางด้านเศรษฐกิจของออสเตรเลีย  มีชาวเอเซียไปอยู่เป็นจำนวนมาก เรียกได้ว่าหากเดินไปตามถนนสายต่างๆ จะเห็นผมดำมากกว่าผมแดงเสียอีก

นี่ก็หาดติดอันดับ 1 ในสิบของโลก หาดบอนได Bondi beach

นี่ก็หาดติดอันดับ 1 ใน 10 ของโลก ชื่อหาดบอนได "Bondi beach"

ภาพหาดบอนไดนี่ผมไม่กล้าซูมเข้าใกล้ไปมากกว่านี้ ^^ สังเกตจะมีรั้วกั้น ถ้าคุณจะเข้าไปในหาด มีกฏว่าคุณจะต้องแก้ผ้าก่อน (แก้ไม่หมดหรอกครับ ^^)  นี่แค่ Rate ธรรมดา เขาว่ามี Rate X เรียกว่า Nude beach อยู่อีกฟาก เสียดายผู้ปกครองไม่พาไปเีที่ยว แต่ถ้าใครเข้าไปตรงนั้น ทุกคนจะต้องล้อนจ้อนเข้าไปเท่านั้นครับ ..อันนี้ก็ฟังมาอีกที ก็โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่านด้วยก็แล้วกันครับ :D

Sydney University

Sydney University

ตอนนี้ก็ไปเที่ยวแหล่งที่ได้สาระกันบ้าง …เพื่อให้กลมกลืนผมได้ถือหนังสือ พร้อมกระเป๋าเข้าไปเดินในมหาวิทยาลัยซิดนีย์ (Sydney University) มหาวิทยาลัยอันดับ 1 ของออสเตรเลีย  ก็ไม่รู้จะเนียนหรือเปล่า ดูท่าจะไม่ค่อยเนียนเท่าไร เพราะดูสาวแขกด้านหลังผมเขามองผมสิ  …สายตาช่างโหดร้ายเหลือเกิน!  ในใจเธอคงพูดว่า..” ของฉันน่ะเนียนกว่าแยะ!”  ^^

หมีโคล่า

หมีโคล่า

มาออสเตรเลียถ้าไม่มาดูหมีโคล่า บางทีเขาก็เรียก โค-อะ-ล่า ก็เหมือนมาไม่ถึง สัตว์ประจำชาติอีกชนิดหนึ่งที่แสนจะขี้อาย กินใบยูคาลิบตัสทั้งวัน ตัวข้างบนที่อยู่ในสวนสัตว์ ซึ่งอยู่บนยอดตึกใจกลาง Sydney โน่นแหละ เขาให้อุ้มถ่ายรูปได้นะ แต่ผมไม่กล้ากลัวมันกัด ^^  (อย่างน้อยก็หล่อกว่าหมีล่ะคร้าบ) .. :D

บอกก่อนว่าภาพนี้ไม่้ได้ใช้โปรแกรมกราฟิกใดนะครับ แต่นี่คือการโฆษณาอีกรูปแบบหนึ่งของประเทศออสเตรเลีย .. เป็นการนำเครื่องบินขึ้นไปพ่นควันสีขาวเป็นข้อความโฆษณาบนท้องฟ้า เหนือเมืองซิดนีย์ ในภาำพเป็นการโฆษณาโทรศัพท์ยี่ห้อ SAGEM (ขอค่ีาโฆษณาด้วยดิ ^^) ยอมรับว่าเกิดมาก็เำพิ่งเคยเห็น คุณครูที่เมืองไทยต่างก็ไม่เคยเห็น แต่เด็กๆ ที่นั่นเขาแทบไม่สนใจเลย บ้านเราเห็นแต่เด็กๆ ออกมาวิ่งดูเครื่องบิน พอเราไปโน่นเราเองนี่แหละวิ่งดูเครื่องบิน 555+

คลิก more ชมต่อ Read the rest of this entry »